
ตู้ไฟคือจุดรวมวงจรบ้าน ถ้าน้ำเคยถึงแผงเบรกเกอร์ การดูจากฝาตู้ด้านนอกพอช่วยตัดสินได้ว่าห้ามจ่ายไฟต่อ แต่การวัดความต้านทานฉนวน สายดิน และอุปกรณ์ตัดไฟรั่วเป็นงานช่าง ไม่ใช่งานที่ทำด้วยไขควงในบ้านเปียก

ก่อนดูตู้ ยืนบนพื้นแห้ง และทำตาม เช็กลิสต์ก่อนเปิดไฟหลังน้ำท่วม ให้ครบ
ดูตู้ไฟจากภายนอก
- ฝาตู้บวม สนิม น้ำขัง หรือโคลนไหลออกจากร่องฝา
- สายเข้า–ออกตู้มีรอยน้ำสูงกว่าฐานตู้
- เบรกเกอร์หลักหรือลูกโยกค้าง แตก หรือมีเขม่า
- ป้ายวงจรเลอะจนอ่านไม่ได้ — อย่าเดาว่าวงจรไหนคือปั๊มหรือปลั๊กห้องน้ำ
ถ้าฝาตู้ยังเปียกหรือมีน้ำขังอย่าเปิดฝาเอง ให้ช่างตัดแยกแล้วเปิดเมื่อแห้งและปลอดภัย
ปลั๊กและสวิตช์ต่ำกว่าเส้นน้ำ
จุดที่น้ำเคยท่วมถือว่าเสี่ยงแม้จะแห้งแล้ว ความชื้นในกล่องฝังผนังทำให้เกิดไฟรั่วภายหลัง อย่าทดลองเสียบของใช้เพื่อพิสูจน์ งานเปลี่ยน ณ จุดเดิมที่สายและฐานยังเหมาะสมอยู่ในแพ็กเกจซ่อม ไม่ใช่การต่อสายลอย
เบรกเกอร์ตัดซ้ำแปลว่าอะไร
เบรกเกอร์ที่ตัดแล้วโยกกลับไม่ติด หรือติดแล้วตัดอีก มักมีวงจรเปียก ช็อต หรืออุปกรณ์เสีย การโยกซ้ำเป็นการบังคับจ่ายไฟเข้าจุดเสีย หยุดแล้วถ่ายรูปตู้ให้ช่าง
สิ่งที่ช่างตรวจในงานบ้าน
- ร่องรอยน้ำ ความเสียหาย ตู้ไฟ สายไฟ และจุดต่อ
- ความต้านทานฉนวน สายดิน และอุปกรณ์ตัดไฟรั่วในขอบเขตงาน
- รายงานภาพ ผลตรวจ รายการที่ต้องงดใช้ และใบเสนอราคาแยกค่าแรงกับอะไหล่
PKG-01 ตรวจตู้ 1 ตู้ วงจรย่อยไม่เกิน 6 วงจร ปลั๊ก–สวิตช์รวมไม่เกิน 15 จุด ราคา 1,990 บาท/หลัง PKG-02 รวมค่าแรงเปลี่ยนปลั๊ก สวิตช์ หรือเบรกเกอร์ย่อย ณ จุดเดิมไม่เกิน 5 ชิ้น ราคา 3,990 บาท/หลัง ทั้งคู่ยังไม่รวม VAT และค่าอะไหล่ งานเดินสายใหม่ เปลี่ยนตู้เมน หรือเพิ่มระบบตัดไฟรั่วประเมินหน้างาน
เครื่องใช้ที่เคยจมน้ำดูแยกที่ เครื่องใช้ไฟฟ้าจมน้ำ อย่ารวมกับการทดลองเปิดวงจรบ้าน
น้ำลดแล้ว แต่ยังไม่ควรเปิดไฟเอง? จองช่างตรวจระบบไฟบ้านได้ที่ แพ็กเกจตรวจและซ่อมหลังน้ำท่วม — เริ่มจาก PKG-01 ตรวจไฟก่อนกลับเข้าบ้าน
